Artificial intelligence ปัญญาประดิษฐ์ คืออะไรเราควรรู้จักมันเอาไว้

Artificial intelligence ปัญญาประดิษฐ์ คืออะไรเราควรรู้จักมันเอาไว้

Share this

Artificial intelligence ปัญญาประดิษฐ์ คืออะไรเราควรรู้จักมันเอาไว้

ในปัจจุบันการทำงาน โดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐู์ ( Artificial intelligence ) หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า A.I. เป็นตัวเลือกนิยมที่เอาไว้อำนวยความสะดวกสบายต่อมนุษย์ในหลายๆ ด้าน อย่างเช่นทางการแพทย์ที่มีการใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเหลือในการวิเคราะห์ประเมิณในการรักษาโรค หรือการใช้เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวไกลมากขึ้น เรามาทำความรู้จัก A.I. อัจฉะริยะกันดีกว่า

ปัญญาประดิษฐ์ ( Artificial intelligence = A.I. ) คืออะไร?

ระบบคอมพิวเตอร์ หรือสมองกลที่เราเคยได้ยินกันบ่อยๆ มันคือการนิยามถึงความเฉลียวฉลาดที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต (งงไหมหล่ะ?) ที่เกิดขึ้นโดยเกี่ยวข้องกับทางด้านวิศวกรรม และวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่อาจรวมไปถึงจิตวิทยา ปรัชญา หรือแม้กระทั่งงานวิจัยทางชีววิทยาก็มาอีกด้วย ในปัจจุบันได้มีหลักสูตรการสอนสาขาปัญญาประดิษฐ์ ตามมหาวิทยาลัยชื่อดังมากมายโดยเฉพาะ

แต่ถึงอย่างนั้นได้มีการอ้างอิงถึงข้อมูลหนังสือที่เรียกได้ว่าเป็นบทเริ่มต้นให้เราศึกษาได้เข้าใจมากที่สุดคือ “Russell and Norvig, 2003” เป็นหนังสือที่หลายคนแนะนำ แล้วเราเคยคิดกันหรือไม่ว่าเจ้า A.I. นี้มีที่มาที่ไปได้อย่างไร?

แนวคิดของเรื่องนี้เกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตเทียมตั้งแต่ยุคโบราณ ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่ในสมัยของกรีกโบราณ อย่างเช่นหุ่นยนต์ทาลอชแห่งครีตซึ่งเป็นหุ่นทำจากทองแดงของเทพฮิฟิสตัส ในสมัยนั้นอารยธรรมต่างๆ บนโลกมักมีความเชื่อที่ว่าหุ่นยนต์ประดิษฐ์มีความคล้ายกับมนุษย์ โดยในเวลาต่อมาช่วงกลางศตวรรษที่ 19 – 20 โดยประมาณมีเรื่องเล่าถึงการนิยามในการทดลองเกี่ยวข้องกับด้านวิทยาศาสตร์อย่างแฟรงเกนสไตน์เป็นต้นฯ ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ได้แสดงออกถึงความหวัง บ้างก็แสดงถึงสัญลักษณ์ของความสิ้นหวัง น่ากลัว รวมไปถึงด้านศีลธรรมของการเกิด A.I. ขึ้นด้วย

Artificial intelligence ได้มีการพัฒนาคิดค้นเพิ่มเติมมากขึ้น โดยมีการคำนวน และใช้หลักตรรกศาสตร์มาเป็นตัวแปร อย่างเช่นการนำทฤษฏีคณิตศาสตร์ของอลัน ทัวริ่ง โดยหลักการคิดคำนวนของเขาชี้ว่าเครื่องจักรนั้นรู้ที่จะสลับลำดับตัวเลขระหว่าง 0 กับ 1 ได้ ซึ่งมันทำให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังเริ่มให้ความสนใจและทดลองสร้างเรียกสิ่งนี้ว่า “สมองอิเล็กทรอนิส์” อย่างจริงจัง

 

หลักสูตรวิชาสาขาปัญญาประดิษฐ์ที่แรก?

เกิดขึ้นในปีค.ศ. 1956 ที่วิทยาลัยดาร์ตมัธ สหรัฐอเมริกา ในงานการประชุมด้านวิชาการช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวการประชุมของเหล่านักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการได้แก่ จอห์น แม็คคาร์ธีย์ , มาร์วิน มินสกี , อัลเลน นิวเวลล์ , อาร์เธอร์ ซามูเอล และ เฮอร์เบิร์ต ไซมอน พวกเขาเหล่านี้รวมไปถึงนักศึกษาของเขาต่างมีผลงานโดดเด่นอย่างเช่น คอมพิวเตอร์หมากรุกที่สามารถเอาชนะคนได้ เป็นต้นฯ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้มีความเชื่อและความมั่นใจเกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่ออนาคตอย่างมาก โดยไซมอนนั้นคาดการไว้ว่า ภายใน 20 ปีข้างหน้า จะมีเครื่องจักรที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้

John McCarthy A.I.
John McCarthy ผู้คิดค้นระบบปัญญาประดิษฐ์

ในปีค.ศ.1947 เซอร์ เจมส์ ไลท์ฮิลล์ ได้เขียนวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาขานี้เกี่ยวการที่ไม่ได้พิจารณาถึงความยากของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงยังมีแรงกดดันมาจากทางภาครัฐในสภาคองเกรสถึงเรื่องของเงินสนับสนุนด้วย จนเกิดเป็นยุคเรียกกันว่า “A.I. Winter” หรือยุคหนาวของปัญญาประดิษฐ์ กินเวลานานหลายปี

ระบบ A.I. ที่ประสบความสำเร็จครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1980 โดยใช้ชื่อว่า “ระบบผู้เชี่ยวชาญ” โดยเป็นการใช้คอมพิวเตอร์ในการช่วยค้นหาคำตอบ อธิบาย โดยเบื้องหลังจะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลปัญหาและคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ยังเป็นการจุดประกายในกับรัฐบาลสหรัฐกันกลับมาให้การสนับสนุนด้านทุนใหม่อีกครั้ง

A.I. Deep Blue IBM
Deep Blue IBM เกมกระดานหมากรุก

ในปีค.ศ.1990 A.I. ได้ถูกประยุกต์พัฒนานำมาใช้งานด้านการขนส่งเช่น การทำเหมืองข้อมูล การวินิจฉัยทางการแพทย์ และงานทางอุตสาหกรรมอื่นๆ มากมาย ในปีค.ศ.1997 บริษัท IBM ได้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกในชื่อ Deep Blue เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่สามารถเอาชนะ แกรี่ คาสปารอฟ ในเกมหมากรุกได้ ซึ่งในตอนนั้นเขามีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกหมากรุกอีกด้วย

ในปัจจุบันการนำปัญญาประดิษฐ์มาพัฒนาเป็นไปได้อย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านการแพทย์ หรืองานอุตสาหกรรม นวัฒกรรมปัญญาประดิษฐ์จะยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีกมากหากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

Cr: https://en.wikipedia.org/wiki/Artificial_intelligence

ใส่ความเห็น